diary-plus

บ่แม่นไปแอ่ว จะยะงานยะการ หื้อจบปี๋เฮียน ฟังน้อยไจยาเฮียนคำเมือง คำเมืองนี่ยากแต๊น้อ  

(สั่น)

อู้ได้แค่นี้แหละ มั่วหรือเปล่าฟะ

เอาเป็นว่าตั๋วก็จองแล้ว ที่พักก็จอง บทก็คืบหน้าอย่างอัศจรรย์ คงไม่ถอยง่ายๆ (ใครล้มมีเฮ)

ไหนๆก็ไหนๆเขียนอะไรเก็บเอาไว้ดีกว่า......งานนี้ก็ไปด้วยเครื่อง เป็นทริปเที่ยวบินเดินทางในประเทศครั้งแรกในชีวิต!! แถมไปเชียงใหม่ครั้งแรกด้วย (ฝรั่งงงว่า What! You never been to Chiang Mai!? --- เออ มันแทบจะเป็นต่างประเทศสำหรับเราเลยแหละ   แต่งงน้อยกว่าที่เราบอกว่าไม่เคยไปข้าวสารนะ)

 

1) ว่าด้วยตั๋วlow-costที่มันไม่ได้low จริงๆ แต่ก็ถูกกว่าตั๋วปกติ

- ถ้าให้เลือกอย่างไรก็คงเป็นเครื่องบินอยู่ดีเพราะมันสะดวกกว่า ประหยัดเวลา ในราคาที่แพงกว่ารถไฟด้วย คนที่เมารถไฟ หรือเมาความกระเทือนของรถไฟก็น่าจะเลือกเครื่องบินมากกว่า(ทั้งนี้ เราไม่เคยนั่งรถไฟ แต่คิดว่าคงกะฉึกกะฉักดี)

- ราคา....แล้วแต่เวลา Air Asia ผ่านไปยี่สิบนาทีก็ปรับราคา อยู่ที่จังหวะ ช้าก่อน! เห็นราคาตั๋วสายการบินไหนๆแค่ไม่กี่ร้อยอย่าเพิ่งตะครุบ ตรวจดูterms&condition หรือ หมายเหตุให้ดีๆว่ามีอย่างไร Low-Cost จะมีบริการที่น้อยกว่าเที่ยวบินราคาปกติ อาจมีเพียงขนมขบเคี้ยวประทังหิว น้ำสักแก้ว แต่บางเจ้าก็ไม่มี

   ใครไม่เคยขึ้นเครื่องบินเที่ยวปกติ จะขออธิบายคร่าวๆว่าปกติแล้วผู้โดยสารจะได้รับบริการน้ำและอาหารตามระดับราคาตั๋ว ถ้าใครกล้าขอก็อิ่มอร่อยทั้งเที่ยว โดยเมื่อขึ้นเครื่องเราเลือกหยิบหนังสือพิมพ์ได้ (เคยขึ้นเที่ยวเจ็ดโมง หนังสือพิมพ์เพิ่งมาจากโรงพิมพ์แหงๆ อัพเดทมาก) เมื่อนั่งที่และฟังบัญชาจากแอร์ให้เก็บของ ลงนั่งรัดเข็มขัดก็จะมีบริการผ้าเย็น เครื่องดื่มแก้เหนื่อย (ตรงนี้บางที่เราไม่รู้ว่ามีหลังเครื่องขึ้นหรือเปล่า) และจะมีบริการอาหารเมื่อเครื่องขึ้นได้ระยะหนึ่ง หากเที่ยวสั้นๆก็จะเป็นของว่างและเครื่องดื่ม เที่ยวไกลก็เป็นอาหารตามความเหมาะสม ใครนั่งระหว่างประเทศแบบข้ามวัน นับเวลากันแบบมื้อหนึ่ง สอง สาม สี ห้า หก ได้เลย พวกเครื่องดื่มกับขนมปังเลือกได้ ขอได้ แอลกอฮอลเขาจะเสิร์ฟให้แต่จะดูก่อนว่าเราดื่มได้ไหม และห้ามดื่มมาก (ผู้โดยสารเมาจะถูกเชิญไปสงบสติอารมณ์ ถ้าอาละวาดรบกวนผู้อื่นจะถูกควบคุมตัวค่ะ (อา...รู้สึกเขาจะมีกุญแจมือ หรือสายล็อกไว้ควบคุมค่ะ เขาทำได้นะคะ เพราะมันเกี่ยวกับความปลอดภัยของส่วนรวม)

    บริการของกินเครื่องดื่มสำหรับสายการบินlow-costจะคิดต่างหาก นั่นคือ สูต้องจ่ายเพิ่ม ราคาก็สูงพอสมควร ถ้าไม่คิดมาก หรือคิดว่าปลายทางจะไม่มีเวลาทานอะไรก็แนะนำให้สั่งล่วงหน้า Air Asia ขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยชงน้ำร้อน.....60 ครับผม

   /me สั่น!!!

   เวลานั่งเครื่องก็แค่ชั่วโมงเศษๆทนๆเอาก็ได้ หรือกินมาให้เรียบร้อยก่อนจะดีมาก สิ่งที่ยากสุดคือตอนที่เขา

    อะไรอีกที่ทำให้ตั๋วมัน "ดู" ราคาถูก

    นอกจากตารางบินที่ใกล้เคียงความเป็นรถทัวร์ (ดีว่าจะต้องพักเครื่องและเช็คเครื่องตามระเบียบ) การขายตัวให้หมด หรือมากที่สุด ก็ยังมีการ "ไม่แจ้ง" และ "ไม่รวม" รายการบางอย่างเข้าไป

   คุณยังต้องเสีย

   - ค่าภาษีสนามบิน อาจรวมในตั๋ว หรือ มาจ่ายก่อนออก

   - น้ำมัน (หลายสายการบินเว้นไปแล้วแต่หลายแห่งยังคิด)

   - ค่าบริการ (ใช่!) รวมค่าจองตั๋วผ่านช่องทางต่างๆ

   - ค่าโหลดกระเป๋าลงเครื่อง อย่างแอร์เอเชียจะมีเรตต่างๆ เขาว่าเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของเราที่ว่าไม่ต้องไปรับผิดชอบน้ำหนักของใคร (แต่เครื่องก็ขึ้นเหมือนกันนะมึง) ต่ำสุดของสายการบินนี้คือ 15 กิโล 100 บาท (ไปกลับก็คูณสอง) เกินกว่านั้นก็อีกเรต ทั้งนี้ คุณสามารถขึ้นได้ หนึ่งใบเท่านั้นจ้ะ ส่วนหิ้วขึ้นเครื่องนั้นก็หนึ่งใบไม่เกิน 7 โล  [สายการบินปกติมักจะอนุญาตให้แต่ละคนมีสัมภาระลงใต้ท้องได้ไม่จำกัดชิ้นแต่ต้องอยู่ในวงจำกัดน้ำหนัก 20 กิโลเป็นขั้นต่ำของeconomy]

   - VAT

   - จิปาถะ เช่นถ้าจ่ายค่าบัตรผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสคุณต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียม 25 บาทเป็นต้น

   ดังนั้น ให้โทรหาcall center ให้เขาคำนวณทุกอย่าง บอกทุกความประสงค์ และถามให้แน่นอนว่า ไม่มีอะไรเพิ่มจริงๆแล้วค่อยตัดสินใจซื้อ

 

2) แพ็คของขึ้นเครื่องอย่างไร

   กฏง่ายๆ...................ไม่จำเป็นต้องถือก็โยนลงกระเป๋าใส่ใต้ท้องเครื่อง ของที่ท่าทางจะมีปัญหาก็ยัดลงกระเป๋าลงใต้ท้องเครื่อง ของมีค่า เช่น กล้อง โน้ตบุ๊ค หิ้วขึ้นไปด้วย เครื่องสำอางไม่จำเป็นอย่าติดตัว เพราะจะมีกฏเรื่องของเหลว อันเป็นระเบียบสากล ถ้าไม่อยากโดนทิ้งลงถังก็จงอย่า "ดื้อ"

   กฏเรื่องของเหลวเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เราแก้ได้ง่ายๆด้วยถุงพลาสติกหนึ่งใบ ใช่ค่ะ ถุงใสขนาด 1 ลิตร ยิ่งเป็นแบบมีซิบรูดหรือแบบซองยาก็เลิศเลย ใช้กระเป๋าใสก็ได้ค่ะ กันน้ำได้ด้วยนะปกติก็เอาไว้ใส่พวกของใช้ส่วนตัวกันอยู่แล้ว

   ย้ำก่อนว่า ถ้าไม่จำเป็นต้องติดตัวจริงๆก็เอาลงใต้ท้องเถอะ ถือไว้หนักเปล่าๆ กฏนี้จะคุมเฉพาะของเหลวที่จะถือเข้าห้องโดยสาร (เรียกขึ้นเครื่องคงจะสับสนนะ)

   กรณีเป็นยา น้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ สามารถแจ้งขออนุญาตได้ ถ้าให้ดีคือมีใบกำกับจากแพทย์แนบไปด้วย

   คุณมีสิทธิ์นำขึ้นได้ไม่เกิน 1 ลิตร วัดจากปริมาณที่ "ระบุบนบรรจุภัณฑ์" โดยไม่ดูว่ามีอยู่แค่ไหน สมมุติคุณถือขวดน้ำ1ลิตร แต่ในนั้นมีน้ำแค่ขอดก้น นั่นนับว่ามีของเหลว 1 ลิตรค่ะ เจ้าถุงใสนี้เป็นเพื่อนยาก คุณเอาของเหลวต่างๆใส่ในถุงปิดปากซะ เมื่อเข้าที่ตรวจก็สำแดงให้ดูอย่างบริสุทธิ์ใจค่ะ

    บางคนพกน้ำหอมขึ้นเครื่องก็ถูกเททิ้งเลย นโยบายเททิ้งเป็นการตัดปัญหาว่ามีการยักยอกของกลาง ของยึดได้ไปขายนั่นเอง