บ่นในเวลาที่ควรนอน

posted on 09 Sep 2009 00:00 by kurika

มึน

 .

.

.

นอนไม่หลับ

.

.

รู้สึกแปลกๆกับชีวิตชอบกล อาจจะเป็นเพราะบางอย่างที่มากระทบจิตใจ....อืม แต่ไม่ต้องใส่ใจกับมันเท่าไหร่นะ รู้สึกมีบางอย่างเปลี่ยนไป เหมือนกระแสชีวิตมันรวนๆชอบกล

.

.

.

แต่คงไม่เป็นไร ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล...ล่ะมั้ง

 

 

ประเด็นต่อมา รู้สึกเซ็งกับงานกลุ่มที่ทำ คนที่อ้างว่า "คนอื่นเข้าใจที่เราจะสื่อ" ไม่ได้เป็นการตัดสินว่า "คนดู" จะเข้าใจหนัง  คิดเข้าข้างงานตัวเองตลอดอย่างไม่น่าให้อภัย ชิบ อยากบอกว่า การที่คุณเข้าใจดี คนอื่นเข้าใจ ไม่ได้หมายความว่าคนที่มาดูโดยไม่เคยคุยกับคุณ ไม่เคยอ่านสคริปต์ ไม่รู้จักเรื่อง เขาจะเข้าใจ

 

เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราใส่ใจ เช่น ถ่ายคนละวันแล้วฉากเดิมเปลี่ยน มีขยะเกลื่อน เรามากวาดออก หล่อนก็พูดลอยๆว่า "กวาดไปทำไมกัน ไม่มีใครสังเกตหรอก" เหมือนเราโง่ที่ใส่ใจกับสิ่งที่เรียกว่า ความต่อเนื่องของภาพ

 

"คนดูไม่สังเกตหรอกน่า" เป็นคำต้องห้ามที่สุดคำหนึ่งของวงการ แสดงออกถึงความไร้ความสามารถของคนที่พูดอย่างยิ่ง เพราะอะไร? เอาง่ายๆ จู่ๆฉากหนึ่งมีของอย่าง อีกฉากกลับหายไป แล้วก็กลับมามันตลกสิ้นดี แล้วมันเรียกว่าข้อบกพร่องที่สามารถป้องกันได้เสียด้วย!!!

 

ไม่ต้องเป็นมืออาชีพหรอกที่จะใส่ใจรายละเอียด แต่ไม่ว่าจะทำงานอะไรรายละเอียดเล็กๆนี่แหละชี้ชะตาเลยว่าตายห่าหรือรอด

 

คนเขียนบทไม่ได้แปลว่าเพื่อนยอมให้กำกับ ถ้าความคิดคุณดีจริงๆ เราไม่ว่า ถ้าคุณยอมรับความเห็นของคนที่เขายืนหลังกล้อง คนที่เขามีภาพในหัวต่างจากคุณ (ซึ่งเปรียบเป็นตัวแทนคนดูได้) เราจะไม่ว่า และจะชื่นชมด้วย (ผู้กำกับหนัง หรือพวกนักเรียนทำหนังทำทีวีเยอะมากนะที่เอาegoตัวเองเป็นใหญ่ มากไปก็ไม่ดีเพราะคุณไม่ได้ทำงานเดี่ยวๆ) ยังทำเสียงแหลม หน้างอใส่

 เอาเถอะ คนเราจริงๆแล้วก็เลือกไม่ได้ว่าจะทำงานกับใคร ก็ได้แต่ทำให้เต็มที่ที่สุด

 

กฏเหล็กของการทำงานTV&Film

1) ให้ตายอย่างไรก็ห้ามสาย (เพราะจะมีคนสายกว่าคุณ) ถ้าคิดว่าเวลาเดินทางคือหนึ่งชั่วโมง จงออกจากบ้านก่อนสองชั่วโมง (เราโดนพ่อฝึกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร นานๆทีจะสายที คือต้องแบบว่าออกจากบ้านสามชม.ก่อนเวลาแล้วก็ยังสายเพราะเกิดเหตุไม่คาดฝัน)

2) อย่าดูถูกคนดูว่าไม่รู้ มีหนัง ละครหลายเรื่องโดนจับผิดข้อนี้ได้ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่เราสามารถป้องกันได้ง่ายมากๆด้วยการใส่ใจรายละเอียด + ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

3) อย่าคิดว่า คนดูจะเข้าใจความคิดคุณ (ที่เข้าใจปรุโปร่งดี) และอย่าคิดว่าคนดูโง่เกินกว่าจะเข้าใจ บางอย่างมันสามารถเข้าใจได้เลย คุณต้องคิดให้มาก

4) อย่าคิดตื้นๆ อย่าบังอาจพูดว่า "อย่าคิดลึกไปได้ปะ" เพราะคนดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประหลาด ชอบคิดยาวๆ ตั้งข้อสงสัย ดังนั้น คนทำหนัง หรือละครก็ดีต้องคิดให้ทันคนดู อย่าทำลวกๆเพราะคิดว่ามันจะเสียเวลา (อันนี้พ่อสอนมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะนะ จริงๆแล้วไม่ว่าจะทำอะไรคนเราก็ต้องคิดถึงผลที่จะตามมาเสอ)

5) อย่าคิดว่าโลกนี้ไม่มีการตัดต่อ ชิบ.....คุณไม่ได้ทำงานแบบตัดในกล้อง......ฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลว่าจะถ่ายอะไรก่อนหลังตามลำดับที่คุณวางสคริปต์ คุณจะถ่ายสิ่งที่เหมาะสมกับเวลาเป็นสำคัญ ถ้าเวลาเช้าเหมาะถ่ายฉากแรกแล้วไปฉากจบก็ต้องถ่าย ไม่ใช่รอจนเช้าอีกวัน (ไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ ถ้าทำนั่นเรียกโง่) บางอย่างเป็นสิ่งที่สามารถใส่ได้ในการตัดต่อเช่นการแทรกภาพเข้าไประหว่างชอต โวยวายทำไมว่าไม่ได้ คิดว่าไม่ได้ๆๆๆๆๆ โทษเหอะ แล้วเขาจะคิดโปรแกรมตัดต่อมาทำหอย!

 6) อย่าทำงานสนองจินตนาการ ความต้องการกับความชอบ หากริจะทำงานเพื่อผู้อื่น --- หมายความว่า ถ้าคุณทำงานที่มีแต่คุณเห็นสวย หากเป็นงานส่วนตัว มันโอเค แต่ถ้าเป็นงานที่หวังให้คนอื่นดูแล้วเข้าใจ กับชื่นชม คุณต้องคิดเรื่องคนดูด้วย แล้วแต่กรณีไป บางทีเราต้องเอาคนดูเป็นหลัก

(เกิดมาเป็นพันๆเคสกับหนังแป้ก ติสท์ อาร์ตจัด แต่มีจุดประสงค์เพื่อขาย แล้วพอขายไม่ได้ก็พูดว่า "คนตาไม่ถึง" "ดูหนังไม่เป็น" "วงการ/สังคม/คนดูไม่เปิดโอกาส"   ขอบอกว่าโอกาสมันมีสำหรับคนที่ทำหนังให้ชาวบ้านชาวช่องเขาดูเข้าใจ แปลกไหมที่หนังบางเรื่องเขามีความเป็น "ศิลป์" สูงมาก ดูบางทีก็ไม่เข้าใจแต่ว่าสามารถขายได้นั่นเพราะเขามีส่วนที่เราเข้าใจได้ และมีเนื้อหาที่แข็ง แต่บางคนมองว่าหนังอาร์ต (ขอเรียกแบบนี้ก็แล้วกัน เรียกแบบประชดๆเลยเพราะเห็นมาหลายคนทำแล้วล่ะ อยากอาร์ต งานกูอาร์ต แต่มันไม่ใช่ศิลปะ) ไม่จำเป็นต้องเน้นเนื้อหา เน้นสวย เน้นภาพ เน้นถ่ายทอดจิตใต้สำนึก เออ มันก็ใช่ว่ะ แต่........มันไม่ใช่ "ไร้เนื้อหา" มันต้องมี เนื้อหาไม่ใช่เนื้อเรื่อง แต่เนื้อหาคือ ใจความ คุณจะสื่ออะไร อยากแสดงอะไร ทำให้ชัด ไม่ใช่ทำแบบเนื้อหาเบลอๆแล้วบอกว่า อาร์ตนะ! ไม่เข้าใจคือคนดูเสพศิลป์ไม่เป็น

 ปวดตับ!

7) จินตนาการกับความจริงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ---- ปัญหาสากลของวงการหนัง เมื่อแต่ละคนมีความคิดว่าทำได้กับทำไม่ได้ต่างกัน

- โปรดิวเซอร์คิดเรื่องงบ และการตลาด

- ผกก. โอ้ กูเห็นภาพ สวยงาม กูไม่สนว่าผกก.ภาพจะว่าไร แต่กูอยากเห็นแบบนี้ ฮ้า แสงไม่ได้ อัดสิวะ เงินไม่พอ....(เขวี้ยงบท)

- ผกก.ภาพ --- โอ้ กูก็เห็นภาพ แต่กูเห็นอีกแบบ กูจะขัดกับผกก.ดีไหม

- ช่างภาพ--- กูทำได้แค่นี้ กูทำได้ที่สุดแล้ว ที่พวกมึงจิ้นๆมาก็ดูดี.....แต่ทำCGน่าจะเวิร์คกว่าว่ะ กูถ่ายแบบนั้นไม่ได้ ช่วยเตรียมอุปกรณ์เทคนิคให้กูบ้าง กูก็มีข้อจำกัดทางร่างกายนะเว้ย

ใครคิดจะเข้าวงการนี้ ขอให้คิดดีๆ คุณต้องเป็นคนละเอียดและใส่ใจให้มาก

อย่าคิดว่าช่วงฝึกคุณยังไม่โปร เท่ากับไม่ต้องทำงานดี อย่าคิดว่าคุณเรียนแค่ผ่านๆ มันคือเกรดคุณ มันมีผลต่ออนาคตของคุณ ถ้าคุณคิดว่าไม่ต้องเต็มที่ ไงก็ได้ ไม่มีความสำคัญ ระวังมันจะติดในสันดานคุณไปจนจบ และอาจจะติดไปกับตัวคุณจนเป็นเหตุให้ไม่ก้าวหน้า อย่างที่มีคนที่ต้องจบชีวิตการทำงานตัวเองมามากแล้ว

 

 

 

รู้ตัวอีกที....กูก็เลวพอๆกันเพราะมานั่งบนออนไลน์......แต่ก็นะ......มันเป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับคนอื่นถ้าผ่านมาอ่าน เพราะมันเป็นคำสอน ข้อห้าม กฏเหล็กที่ควรคิดถึงให้มากๆ

 

หวังว่าจะไม่เห็นหนังภาพโดดมากไปกว่านี้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทุกอาชีพมีปัญหาหมดแหล่ะครับ

แต่ถ้าเราใส่ใจกับงานไม่ละทิ้งรายละเอียดเล็กน้อย

นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วล่ะครับ ^ ^

#1 By k_i on 2009-09-09 12:08