ได้ที่ฝึกงานแล้ว ดีใจมาก นึกว่าจะไม่ได้แล้วเพราะว่าเขาไม่ค่อยรับเด็กฝึกงาน อาจจะได้ไม่ถึงแปดสัปดาห์ตามที่ขอ แต่วันนี้เขาก็โทรมาบอกว่า ได้ตามเวลาที่ขอเลย แจ่ม!

 

บริษัทคือ Ogilvy PR Worldwides ณ กทม. ก๊าบบบบ

 

ตำแหน่งเด็กฝึกงาน ทำงานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สัญญาว่าจะตั้งใจก๊าบบบบ (ตะเบ๊ะ)

 

สิ่งที่ใช้ในการขอฝึกงานให้ได้งาน

1) จดหมายขอฝึกงาน เป็นการแนะนำตัว บอกเล่าว่าเรียนอะไรมาบ้าง สำหรับเราเขียนเป็นอังกฤษล้วน

2) แฟ้มสะสมผลงาน ช่วยให้เขาเห็นภาพชัดขึ้น มีหลักฐานดูเป็นการเป็นงาน

3) ความมั่นใจ สติ สมาธิ

4) สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นกำลังใจ

 

ข้อคิด

- การทำกิจกรรมสมัยเรียนมีส่วนในการได้งาน ถ้าการทำกิจกรรมนั้นเราสามารถโยงเข้ากับคุณสมบัติที่ทางบริษัทต้องการ เช่น ถ้าทำงานจัดกิจกรรมโรงเรียน อยู่กรรมการนักเรียน คุณก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคุณมีความสามารถในการทำงานกับผู้อื่น การแก้ปัญหา หรือคุณชอบแข่งเดี่ยวตลอด และไม่เคยทำงานกลุ่ม เขาจะรู้ว่าคุณมีคุณภาพแต่ทำงานกับชาวบ้านไม่ได้เพราะจะเด่นคนเดียว เป็นต้น

- แฟ้มสะสมผลงานช่วยให้เรามีเรื่องคุยกับคนสัมภาษณ์ได้อีกด้วย ดีกว่ามานั่งนึกแล้วพูดสดๆ มันทำให้เราคุมหัวข้อการสนทนาได้ดีกว่า เดาได้ รู้ได้ว่จะต้องพูดอะไรบ้าง เขาอาจจะถามเป็นการชวนคุยด้วยทำให้รู้จักกันมากขึ้น เราเรียนรู้ตรงนี้จากตอนสอบสัมภาษณ์เข้าเรียนที่พออาจารย์ถาม "คุณเคยทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง" ก็หยิบขึ้นมาให้ดู เขาก็ดูแล้วก็ได้คุยกันสบายๆมากกว่าจะมาซัก หรือถามคำถามกดดันอะไร

- การตรงต่อเวลาคือคุณสมบัติที่ต้องทำให้ได้เสมอต้น เสมอปลาย ทริคคือสิบห้า กับ สิบห้า

 สมมุติว่าเวลานัดคือ 10 โมง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะออกจากบ้านแล้วมาถึงประตูตึก 10 โมง หรือเจอหน้าเขาสิบโมง แต่ควรจะเผื่อเวลาให้มาถึงสถานที่อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนเวลานัด เพื่อที่ว่าถ้าเราหลงทางก็จะมีเวลา พวกหลงทางนี้เกิดได้กับบริษัทที่ตั้งบนตึกที่มีหลายๆบริษัทรวมกัน บางแห่งลิฟต์ใช้แบบงงๆ (เช่นที่office เซ็นทรัลเวิร์ล งงมากกกกกก) สิบห้านาทีแรกควรเป็นการเผื่อเวลาให้เราไปถึงที่ได้ทัน จากนั้นไปเข้าห้องน้ำ หรือเตรียมสมาธิ นับเวลาไป อีกสิบนาทีจะถึงเวลานัดจริงให้ขึ้นไปเลย รอเขาประมาณสิบนาที หรือสิบห้านาที แต่อย่าไปรอครึ่งชม. ไม่ดี

Comment

Comment:

Tweet